โรงเรียนบ้านซอย2

หมู่ที่ 9 บ้านนิคมซอย 2 ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84100

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077 355598

ลูกเครียด พ่อแม่ควรรับมืออย่างไร วันนี้เรามีคู่มือ เคล็ดลับดีๆ มาฝากกัน

ลูกเครียด พ่อแม่ควรรับมืออย่างไร วันนี้เรามีคู่มือ เคล็ดลับดีๆ มาฝากกัน

ผู้ปกครองหลายคนอาจพบว่ามันยากที่จะจัดการ ลูกเครียด เช่น เด็กเครียด เด็กดื้อ พ่อแม่ไม่เชื่อฟัง และเด็กมักมีความขัดแย้ง สุดท้ายก็ทำให้ครอบครัวลำบาก วันนี้เรามี 4 วิธีง่ายๆ ที่พ่อแม่จะช่วยลูกๆ ความสามารถในการรับมือกับ ลูกเครียด ได้

4 วิธีง่ายๆ ที่ พ่อแม่รับมือ ลูกเครียด ได้

1. ให้เวลากับลูกของคุณ
สมาธิสั้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจสร้างความเครียดให้กับเด็ก เด็ก ๆ ใช้เวลาส่วนใหญ่ที่โรงเรียน พวกเขายังต้องทำกิจกรรมนอกเวลาเรียน ฉันทำการบ้านเสร็จแล้วและเข้านอนเป็นกิจวัตรประจำวันของฉัน ไม่มีเวลาพักผ่อนหรือพักผ่อน
เด็กๆ ต้องการเวลาพักผ่อนและชาร์จแบตเตอรี่ ทั้งสมองและร่างกายต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือต้องจัดตารางเวลาที่เหมาะสมสำหรับกิจกรรมประจำวันเพื่อหลีกเลี่ยงความเครียดสำหรับบุตรหลานของคุณ พ่อแม่สามารถ
จัดทำตารางเวลาที่ชัดเจนและคำนวณเวลาเรียนสำหรับแต่ละวิชาอย่างเหมาะสม แบ่งชั้นเรียนเพื่อไม่ให้หนักเกินไป และพยายามอย่าสร้างความคาดหวังให้ลูกมากเกินไป เพราะการเรียนที่บ้านและที่โรงเรียนแตกต่างกัน ผู้ปกครองเริ่มสอนทีละน้อย 2-3 ชั่วโมงต่อวัน

2. ให้เวลาตัวเองในการเล่น
การเล่นเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยลดระดับความเครียดในเด็กได้ ไม่ควรเป็นเกมที่สร้างแรงกดดันต่อเด็ก ให้พวกเขาใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบเกม เป็นการดีที่จะเล่นกับเด็กเล็ก มันอาจจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขา แต่บางครั้งวัยเด็กก็สามารถลืมเรื่องนี้และใช้เวลาเล่นน้อยลง
ผู้ปกครองสามารถเพิ่มกิจกรรมสนุกๆ ให้กับบุตรหลานได้ เช่น กิจกรรมการออกกำลังกาย เกมดังกล่าวพัฒนาร่างกายและจิตใจของเด็กทุกคน โดยที่เด็กๆ จะวิ่งและกระโดดออกไปข้างนอก การทำกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เด็กพัฒนาสังคมได้ และร่างกายช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ช่วยประสานความสมดุลระหว่างกล้ามเนื้อต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น แขน ขา กล้ามเนื้อมือ และการประสานมือและตา เช่น แกะสลัก พับกระดาษ วาดภาพ ระบายสี ฯลฯ เพื่อให้เด็กๆ ได้เล่น เช่น วาดรูปหรือเล่นกับของเล่นที่เกี่ยวข้องกับจินตนาการทุกชนิด เช่น ตุ๊กตา บ้านตุ๊กตา เกมเล่นตามบทบาท เป็นต้น จะช่วยแสดงความรู้สึกของลูกเมื่อเวลาผ่านไป และคลายเครียด

3. สร้างนิสัยการนอนหลับให้เพียงพอ
“การนอนหลับ” เป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจริญเติบโตของเด็ก การเพิ่มขึ้นของการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโตได้รับการสังเกตในเวลากลางคืน 1 ถึง 2 ชั่วโมงหลังจากผล็อยหลับไป หากเด็กนอนหลับไม่เพียงพอ การหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโตไม่เพียงพอ การนอนหลับยังซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
การใช้นิสัยการนอนหลับที่ดีสามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับของลูกคุณได้ ตัวอย่างเช่น การเข้านอนและตื่นในเวลาเดียวกันในแต่ละวันควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ลูกของคุณตื่นกลางดึก เช่น ดูทีวีหรือเล่นคอมพิวเตอร์ เนื่องจากแสงหน้าจอไปรบกวนการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งช่วยให้นอนหลับ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและคาเฟอีน เช่น ชาเขียว ช็อคโกแลต กาแฟ เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้สามารถป้องกันไม่ให้ลูกหลับได้ เด็กที่นอนหลับไม่เพียงพอในแต่ละคืน เมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในการอดนอนเรื้อรัง เด็กจะไม่แสดงอาการอ่อนเพลีย เหมือนง่วงนอนเหมือนในผู้ใหญ่แต่แสดงออกเป็นพฤติกรรมผิดปกติ เช่น ใจร้อน กระสับกระส่าย ฉุนเฉียว เครียด พ่อแม่จึงต้องสอนลูกให้เข้านอนเร็วและสร้างนิสัยการนอนที่ดี…

4. จัดการกับความเครียดของพ่อแม่
ความเครียดจากพ่อแม่สามารถส่งต่อให้ลูกได้ โดยที่เราไม่รู้ตัว การรอลูกของคุณนานเกินไปอาจทำให้เครียดได้ เมื่อพ่อแม่เครียด ลูกก็จะเครียดตามสภาพแวดล้อม พ่อแม่ควรให้เวลากับลูกมากขึ้น การตระหนักรู้ถึงอารมณ์และพฤติกรรมของเด็ก เช่น การพาเด็กไปทำกิจกรรมในครอบครัว การเล่นกับเด็กมักจะเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย หากเด็กอยู่ในชั้นประถมศึกษา ผู้ปกครองสามารถเล่นกับเขาได้ ชมเชยเขาและถ้าเด็กโตหน่อยก็วัยรุ่น บางทีพี่เลี้ยงก็คุยกับเธอ ช่วยเธอเปิดใจและแสดงให้เราเห็นหัวใจของเธอ ลูกไม่เครียดพอ